0
คุยกับ บรรณ บราซิล โดย ธานี โหมดสง่า

คุยกับ บรรณ จากอัลบั้ม บราซิล โดย ธานี โหมดสง่า

เกริ่น..ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ บรรณ สุวรรณโณชิน ครั้งแรกเมื่อปี 2547 หลังจากได้ฟังผลงานอัลบั้มชุดบรรณ บราซิล ของเขาจบลง และจากการพูดคุยกันครั้งนี้ ทำให้ผมได้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่แปลกใหม่ของผู้ชายคนนี้ ทั้งในแง่ของการทำงาน และวิธีคิดเกี่ยวกับชีวิตในโลกที่เขาสถิตย์อยู่..

   แม้ว่าบทสนทนานี้จะล่วงเลยมาแล้วถึง เกือบ 3 ปี แต่หากได้อ่านจนจบลง แล้วเหลียวมาพิจารณางานชุดต่อๆ มาของเขา คุณก็จะค้นพบความจริงที่ว่า อะไรบางอย่างที่เรียกว่า “ความเป็นตัวตน” ของผู้ชายคนนี้ ไม่เคยเลยที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา..

>>>>>>>>>>>>>>>> 

หนุ่มมากความสามารถ ผู้มีสถานภาพเป็นศิลปิน “อินดี้” ใต้ร่มเงาของสังกัดใหญ่ RS Promotion ยุคเลือดใหม่ ไอเดียแหวก

ณ ซอกหนึ่งของกรุงเทพฯ ในซอยใกล้ถนนรัชดา

MR: อยากให้แนะนำตัวเองกับเราก่อนว่า “บรรณ” เป็นใคร แล้วเคยทำอะไรมาก่อนที่จะออกอัลบั้มชุดนี้

บรรณ: บรรณ สุวรรณโณชิน จากอัลบั้มบรรณบราซิล เป็นนักดนตรีกลางคืนมาก่อน ก่อนหน้านั้นประมาณ 7 ปีก่อนเคยออกอัลบั้ม เป็นมินิอัลบั้ม 5 เพลงกับ BMG ในนาม มิ้นท์กับแจ็ค ก็จะมีเพลงชื่อ เพลงของเรา ที่เอาชื่อเพลงของพี่ป้อม อัสนีย์-วสันต์ 57 เพลงมาต่อกัน ในช่วงที่ยุคอัลเทอร์กำลังจะร่วง หลังจากนั้นประมาณปี 39 BMG ไม่ได้ออกชุดเต็มให้เพราะมีปัญหาทางด้านการเงิน เลยปิดตัวไป ปี 40 ก็เลยมาทำค่ายเองกับเพื่อน 2 คนเปิด จานบินมิวสิค ทำเองขายเอง แล้วก็เรียบร้อยโรงเรียนจีนไป อยู่ได้ประมาณปีเดียว หลังจากนั้นก็เล่นกลางคืนแล้วก็แต่งเพลงไปเรื่อยๆ

MR: เล่นกลางคืนเป็นวงดนตรีรึเปล่า?

บรรณ: ก็เล่น 3 ชิ้นบ้าง 4 ชิ้นบ้าง เปลี่ยนมาตลอด บางทีก็เล่นคนเดียว บางทีก็เล่นสองคน จากเวลาตรงนั้นก็ประมาณ 4-5 ปี

MR: มีวงประจำรึเปล่า?

บรรณ: มีครับ แต่อยู่ประมาณ 2 ปี แล้วผมก็เลี่ยงไปเล่นคนเดียว แล้วก็เล่นเดี่ยวอีกประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็จะเล่นเปียโนแล้วร้องครับ และก็จะเล่นอยู่หลายที่ ในสไตล์ตามคำขอ วันไหนแจ็สก็แจ็สหมด วันไหนเพลงไทยก็เพลงไทยหมด เพลงสากลก็ได้ตั้งแต่ยุค 60-70 แล้วก็เกือบจะได้ทำเพลงในค่าย Submarine แต่ก็ปิดตัวไปซะก่อนก็เลยยังไม่ได้ทำ ก็จะมีเพลงที่อยู่ในตอนนั้นที่อยู่ในนี้ประมาณ 12 เพลง ผมเองเป็นคนที่มีกำลังใจมาตลอด (พูดถึงตัวเองแบบนิ่มๆ แต่สายตาเนี่ยวแน่มาก..) ถึงเสนอแล้วไม่ได้ก็ยังทำต่อ แล้วก็ยังแต่งเพลงเก็บไว้เพราะคิดว่าสักวันนึงเราคงมีโอกาสได้ใช้ ก็เลยมีเพลงเยอะ ส่วนในสไตล์ที่ได้ฟังในตอนนี้เพิ่งค้นพบเมื่อ 2-3 ปีนี้

MR: แสดงว่าเมื่อก่อนไม่ได้เล่นในแนวนี้..?

บรรณ: เมื่อก่อนจะเล่น ในแนวพ็อพร็อค แล้วมีกลิ่น progressive นิดๆ เป็นแนวเล่าเรื่อง ส่วนในแนวนี้เพิ่งมาเล่นเมื่อ 2-3 ปีเพราะคิดว่ามันเข้ากับเรา และมันก็พรีเซ็นต์ด้วยเปียโนอยู่แล้วด้วยโดยมาก

MR: แสดงว่าทั้งหมดที่เป็นตัวเราน่าจะอยู่ในนี้หมดแล้ว..

บรรณ: ใช่ครับ

MR: พูดถึงที่มาที่ไปของอัลบั้มชุดนี้หน่อยครับ มีการคุยกับ RS ก่อนมั๊ยครับ.?

บรรณ: ไม่ได้คุยกับ RS เลย ทำก่อนเพราะตั้งใจทำงานเป็นมาสเตอร์อยู่แล้วเพื่อที่จะขายเอง ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ไปเสนอที่ไหน ทำการอัดเสร็จเป็นมาสเตอร์ แล้วก็คิดว่าจะทำยังไง พอดีพี่สะใภ้เค้ารู้จักกับเพื่อนต่อๆ กันไปรู้จักคนใน RS เค้าก็เลยเอาไปส่งให้โดยที่ผมก็ไม่รู้ คืออยากฝากให้เค้าเลือกไปทำเป็นเพลงละครเพลงนึงก็ยังดี ก็เลยมีการติดต่อมาคุยกัน ซึ่งก็เป็นมาสเตอร์หมดแล้ว ปกผมก็วาดเองทั้งปกหน้าปกหลัง

MR: ถือเป็นอัลบั้มแฮนด์เมดที่ตรงตามเจตนารมณ์ ที่มี RS มาเป็นแบ็คอัพให้..

บรรณ: ใช่ครับ แล้ว RS ก็ไม่ได้แก้เพลงเลย เป็นมาสเตอร์เดิม

MR: การเรียงเพลงก็เหมือนเดิมเลย

บรรณ: การเรียงเพลงมีแก้นิดหน่อย เพราะผมไม่ได้คิดจะทำเทปไว้ตั้งแต่แรก ที่ทำเป็น 6 เพลงกับ 5 เพลง เวลามันไม่บาลานซ์กันก็เลยต้องมีการจัดใหม่ พอเรียงใหม่เสร็จก็ต้องมีการเขียนเรื่องราวบนปกหลังใหม่หมดเลย

MR: มีบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม แสดงว่าเรื่องราวมีการถูกเขียนไว้ก่อน?

บรรณ: ไม่ครับ เรื่องราวจะดัดแปลงได้ตลอด เพราะเราเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน ชื่อเพลงเปลี่ยนไปเราก็เขียนได้อีกแบบนึง คือ link จนมันเขียนได้

MR: ก็คือเอาชื่อเพลงมาเรียงๆ กันไว้ แล้วค่อยมาแต่งให้ผูกกัน..? (บรรณพยักหน้ารับ) โดยความเห็นส่วนตัว การปล่อยอัลบั้มชุดแรกออกมาลักษณะนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะมีอะไรที่คิดอยากทำก็ใส่ลงไปหมดอย่างนี้ ชุดต่อไปล่ะหนักใจมั้ย.?

บรรณ: อ๋อ.. แต่ผมคิดว่าชุด 2 จะดีกว่านี้ เพราะเพลงก็มีครบหมดแล้ว

MR: หมายความว่าชุด 2 ถูกเตรียมไว้แล้ว แสดงว่าถ้าชุดนี้ระเบิดเถิดเทิง ชุด 2 ก็ตามมาทันทีเลย?

บรรณ: ระเบิดหรือไม่ระเบิดก็ต้อง ทำ แต่แนวจะชัดเจนกว่านี้ คล้ายๆ ว่าตอนนี้จะมีแอฟริกัน มีบอสซาโนว่าอยู่ มันหลากหลาย ซึ่งชุด 2 เราจะให้โฟกัสขึ้น

MR: ให้พูดถึงเพลงบางเพลงในอัลบั้มชุดนี้ที่ตัวคุณเองคิดว่ามีความพิเศษบางอย่างที่อยากจะแง้มให้ผู้ฟังรู้..

บรรณ: จริงๆ อย่างเพลงที่เล่นคำก็ซ่อนอะไรไว้เยอะ อย่างเพลง “อาทิตย์จูบจันทร์” ความหมายมันก็แปลกอยู่แล้ว เวลาฟังก็ต้องไปคิดว่า เอ๊ะ! มันจะมาเจอกันได้ยังไง เพลงนี้ทำมาประมาณ 5 ปีแล้ว เพลงเก่าอีกเพลงก็คือ “เพลงชีวิตเพื่อเธอ” ได้เปลี่ยนหลายเวอร์ชั่นมาก แต่เนื้อร้องและทำนองเหมือนเดิม เพลง อาทิตย์จูบจันทร์ มันดูเหมือนเข้าป่าเข้าพงยังไงก็ไม่รู้ ก็เลยอยากทำแนวแอฟริกันสักเพลง ก็เลยสร้างซาวนด์ขึ้นมา ในเรื่องเพลง บางคนบอกว่าทำไมชุดนี้หลากหลายจังเลยไม่มีคอนเซ็ปต์ แต่บางคนไปฟังที่มีคอนเซ็ปต์แล้วบอกว่าน่าเบื่อจังเลย เหมือนกันทุกเพลง ผมเลยไม่รู้ว่าคนฟังจะเอายังไง ผมไม่ติดตรงคำวิจารณ์ตรงนั้นแต่แค่สงสัย ผมเองเป็นคนฟังเพลงเลยคิดว่าแผ่นนึงน่าจะมีหลายแนว ฟังแล้วจะได้ไม่เบื่อ อย่างมีเพลงแนวแอฟริกา แนวบอสโนว่า เพราะคนในชีวิตจริงไม่มีใครฟังแนวเดียวหรอก

MR: สมมุติว่าถ้า RS บอกเปลี่ยน คุณไม่ต้องคิดหรอก บอกว่าให้ทำยังงี้ๆ ธีมเป็นยังงี้ จะทำยังไง และถ้าสมมุติว่าอัลบั้มที่ 2 ที่คุณมีอยู่แล้ว เค้าถามว่าเปลี่ยนได้มั๊ย เอาแค่บางเพลง ผสมกับเพลงใหม่ให้ออกมาในแนวที่เค้าต้องการ แบบบอกทางให้คุณเดิน..

บรรณ: ผมต้องดูก่อนว่าธีมยังงี้ๆ ที่เค้าบอกคืออะไร แต่ถ้าทางที่เค้าบอกไม่ตรง ก็ไม่ทำ เพราะว่าชุดนี้มันบังเอิญได้รับความสำเร็จประมาณนึงที่มาจากตัวเรา 100% ผมก็เลยคิดว่ามาถูกทางแล้ว ถึงชุดนี้จะขายได้ไม่ดี ยังไงก็คงชอบแนวนี้อยู่ และก็คิดว่าจะทำแนวนี้อยู่ ผมว่าเค้าคงไม่ปรับ เค้าคงต้องการความแตกต่างเหมือนกัน

MR: สรุปว่า feedback เป็นบวก แล้วเค้ามองจากอะไร?

บรรณ: มองจากรายจ่ายในการโปรโมชั่น สรุปว่างบที่ใช้ในการโปรโมชั่นมันน้อยกว่าที่ยอดจะได้เป็นอย่างนี้

MR: บางคนเค้าฟังงานคุณแล้วเค้าบอกว่ามีความเป็นอินดี้

บรรณ: จริงๆ แล้วอินดี้ บางทีผมฟังในค่ายวิทยุเค้าบอกว่าอินดี้ในค่ายใหญ่ๆ เค้าไม่ค่อยสนับสนุน จริงๆ แล้วผมว่าเค้าใจแคบไปนิดนึง เพราะอินดี้หมายถึงคนที่ทำงานเองโดยไม่ได้ยึดติดใครที่มาบงการถูกมั๊ยฮะ? ดังนั้นก็ควรจะดูที่เนื้องาน ไม่ใช่ว่าพออินดี้ทำค่ายใหญ่แล้วจะไม่เป็นอินดี้ บางคนเค้าคิดว่ายังงี้ไม่นับเป็นอินดี้แล้วถ้าทำในค่ายใหญ่ ซึ่งมันไม่ยุติธรรมครับ

MR: แปลว่าเค้าไปยึดกับการที่มีสังกัดกับไม่มีสังกัด ผมขอย้อนกลับไปที่เพลง อาทิตย์จูบจันทร์ ในตอนท้ายๆ มีคนมาเล่นดนตรีให้เยอะเลย เช่น คุณฐานันดร..

บรรณ: คุณ ฐานันดร จุดประกาย เค้าร้องเพลง “ดาวมองพระจันทร์” ในหนังสือ รีซาวนด์ ซึ่งค่อนข้างจะอินดี้ และเป็นที่รู้จักในวงการอินดี้ จริงๆ แล้วเค้าเป็นมือแซ็กฯ แต่ทางรีซาวนด์ให้เค้าไปร้องเพลง และเป็นมือแซ็กฯ ที่เล่นดนตรีกับผมมาช่วงนึง ก็เลยให้มาเป่า วันนั้นแกถือเครื่องดนตรีที่เป็นดินเผา เค้าเรียก “โอคารีน่า” มันอยู่ในคีย์บอร์ดทุกตัว แต่ตอนอยู่ในคีย์บอร์ดเสียงมันจะน่าเกลียดมาก แต่เสียงจริงมันจะเพราะมาก เค้าซื้อจากเชียงใหม่ วันนึงเค้ามาเป่า เค้าบอกว่ามันเป่าได้คีย์เดียว แต่ละตัวมันก็ได้คนละคีย์ อย่างตัวนี้เป่าได้คีย์เอ ผมก็เลยปิ๊งขึ้นมาเลยเพราะเพลง อาทิตย์จูบจันทร์ มันเป่าคีย์เอ ก็เลยให้มาเป่าตอนท้าย เสียงที่ได้เพราะมาก

MR: เสียงมันคล้ายๆ ฟลุ๊ตใช่มั๊ย?

บรรณ: คล้ายๆ ฟลุ๊ต แต่มันจะแหลมกว่า เล็กกว่า เสียงจะเย็นกว่า แบบว่าคล้ายจะออกจากดินเผา..

MR: แล้วมีเพลงอะไรอีกครับที่อยากจะพูดถึง เมื่อกี้เห็นพูดถึง 2 เพลงเก่าที่ทำค้างก่อนมาทำอัลบั้มนี้..

บรรณ: ครับ.. อย่างเพลง “บราซิล” ก็จะซ่อนชื่อนักบอลไว้ และก็เพลง “เส้นเอ็น” ที่จะพูดถึงกว้างนิดนึง

MR: ภาพวาดคนเล่นคีย์บอร์ดบนปกแผ่นชุดนี้คือตัวคุณใช่มั้ย.? (พยักหน้า) ทำไมถึงใส่เสื้อเบอร์ 10?

บรรณ: เบอร์ 10 ใช่ครับ.. แต่ไม่ใช่ว่าเพราะชอบวิวาลโดนะครับ เบอร์ 10 นี่คือวันเกิดและเดือนเกิดผม ซึ่งเบอร์โทรศัพท์อะไรก็จะเจอ 01 ตลอด ก็เลยเป็นเบอร์ 10 ที่เห็นในปกก็จะมีความหมายหมดเลย ลิงก็เปรียบเสมือนปีนี้ปีลิง ชุดหน้าก็ไม่ใช่ลิงล่ะ เปียโนก็คือตัวเราอยู่แล้ว ส่วนเด็กที่ร้องก็คือหลานผม

MR: กำลังจะถามถึงอยู่พอดี มีเสียงเด็กโผล่มา เด็กหญิงอารียา ตกลงเป็นหลานเหรอ ไม่ใช่ลูก.?

บรรณ: ใช่ฮะ ในเพลง “เอาน่า” ต้องเน้นด้วยนะครับว่าหลาน แล้วก็แซ็กฯ ที่เห็นในรูปเพราะมีอยู่ในหลายเพลง

MR: ทำไมถึงมีแซ็ก?

บรรณ: เพราะว่าคนที่เป่านี่เสนอตัวไม่ได้ จริงๆ แล้วมี “โก้ –แซ็กแมน” ด้วยที่เป่าเพลง “บราซิล” กับเพลง “ชีวิตเพื่อเธอ” แต่ลงไม่ได้เลยเล่นมุขว่าโผล่มาแต่แซ็กฯ แล้วอีกคนก็คือฐานันดร ส่วนฟุตบอลก็คือบราซิล ซึ่งโดยมากก็จะมีความหมายในเพลงทุกอย่าง

MR: บราซิลนี่สื่อถึงแนวดนตรีหรือว่าชอบทีมฟุตบอลนี้?

บรรณ: จริงๆ บราซิลนี่ข้อหนึ่งคือชอบมาก นักเตะบราซิลไปอยู่สเปนทีมไหนผมต้องคอยดู แต่จริงๆ เรื่องมันมาจากชุดนี้มาจากเพลงที่แต่งเอาชื่อเพลงมารวมกัน พอชุดต่อไปผมก็คิดว่าจะเอาอะไรมารวมกันดีให้เป็นเอกลักษณ์ของเรา ก็มาลงที่บราซิล มีวันนึงผมนั่งเล่นเปียโน แล้วไปร้องเพลงของ Michael Frank เพลง Antonio Song แล้วก็ลองร้องเอาชื่อนักร้องมาต่อกัน แล้วก็เลยคิดว่าแต่ถ้าเอาชื่อนักร้องมาต่อกันคนอาจไม่รู้จัก พอดีเราชอบบราซิล แล้วบราซิลก็เข้ากับบอสซาโวน่า ก็เลยเอาชื่อนักฟุตบอลบราซิลมาเรียงกัน 40 กว่าคน โดยดึงตัวที่ค่อนข้างดังและเป็นที่รู้จัก ก็มาลงมา โดยแต่งเมโลดี้ก่อนแล้วเอาชื่อนักบอลมาลง

MR: มันบังเอิญรึเปล่าที่ช่วงที่ออกมันตรงกับบอลยูโรพอดี..

บรรณ: ไม่เกี่ยวเลย ผมว่าถ้าออกช่วงฟุตบอลโลกจะดีกว่าด้วยซ้ำ ไม่ได้กะออกโคปา เพราะเมืองไทยเราไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่ โอกาสที่มันจะดังก็ยาก เมืองไทยจะเห่อพรีเมียร์ลีคมากกว่า

MR: สรุปว่าไม่ได้ link กันนะ เพราะฉะนั้นบราซิลเพลงนี้กับชื่อบอลก็แค่ชื่อเพลงของมันเอง เป็นไอเดียที่เราคิดขึ้นมาเอง เพลงอื่นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ไม่ได้มีคอนเซ็ปต์ต่อเนื่องกับชื่ออื่นๆ เลย

บรรณ: ไม่ได้ต่อเนื่อง แต่การต่อเนื่องก็คือการที่เราเอาชื่อมารวมกัน จนกว่าจะคิดไม่ออก..

MR: คนที่มาดูแลคุมเสียงกับการบันทึกคือคุณชวลิต..

บรรณ: เอ็นจิเนียร์ด้วย ดูแลในห้องอัดทั้งหมด

MR: รายละเอียดหลังปกแผ่นซีดีแจ้งไว้ว่าตอน mix-down บรรณจะดูกับคุณชัชวาล 2 คน ส่วนตอนควบคุมการบันทึกเสียงยกให้คุณชวลิตดูคนเดียวเลย เพราะฉนั้นคุณชวลิตคนนี้ถือว่าเป็นคนกำหนดเสียง..

บรรณ: ใช่ฮะ เพราะบางทีผมอยู่ข้างในผมฟังไม่ได้เหมือนเค้า เค้าฟังชัดกว่า ถ้าเค้าบอกตรงนี้ยังไม่ดีก็ร้องใหม่

MR: พูดถึงเรื่องการบันทึกเสียงอยากคุยกับคุณชวลิตสักนิดนึง เข้าใจว่าในอัลบั้มชุดนี้เกือบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์จะเป็นการบันทึกแบบ multitrack

คุณชวลิต: ใช่ครับ แยกแต่ละ line

MR: มากที่สุดใช้ไปกี่แทรคในเพลงอะไร

คุณชวลิต: เพลง “อาทิตย์จูบจันทร์” ใช้ไปประมาณ 50 แทรคได้ เพราะมันมีเครื่องดนตรีน่าจะเยอะสุด

บรรณ: เห็นเค้าบอกว่าถ้ายิ่งเยอะมันจะเบียดกันมาก

คุณชวลิต: เวลามิกซ์มันจะทับกันในแต่ละย่านความถี่ มันจะขี่กันหมดแล้วฟังไม่รู้เรื่อง ถ้าเครื่องดนตรีน้อยชิ้นมันจะโปร่งขึ้น

บรรณ: แต่ว่า 50 แทรค บางแทรคมันจะโปร่งในตอนท้าย อย่างนี้มันนับหนึ่ง มันดูเหมือนเยอะ

MR: เครื่องที่ใช้เป็นของอะไรครับ

คุณชวลิต: Power Book เป็น G4 การโชว์ทุกอย่างก็ใช้ในคอมพิวเตอร์ เป็นดิจิตัล ไมค์ร้องเป็นของ Nuemann

MR: ที่เห็นนี่คือที่ใช้ในชุดนี้หมดเลย (ชี้ไปที่คอนโซลที่ใช้บันทึกเสียง)

บรรณ: ก็มีนิวซาวนด์ที่บางส่วนผมก็เอามาเอง บางซาวนด์ที่ผมจะใช้มันไม่มี หรือบางซาวนด์ลองดูแล้วของผมดีกว่า

MR: ตอนที่มิกซ์เรามีการแก้ shot ต่างๆ ที่เก็บมาเยอะมั๊ยครับ?

บรรณ: ที่แก้แทบไม่มีนะครับ มีแต่ใส่เอฟเฟ็กต์เข้าไป แล้วก็มีรายละเอียดบางช่วง เช่นช่วงนี้เฟสก็ต้องทำเฟสลง

MR: การเก็บเสียงทั้งหมดทุกชิ้นของกลองใช้ไปกี่แทรค?

บรรณ: ประมาณ 10 กว่าแทรค ส่วนการอัดเนื้อบางทีพอมามิกซ์บางตัวมันจะโหลดไป เราจะต้องกดลงหน่อย เราต้องมาฟังภาพรวมอีกที

MR: แสดงว่ามีการใช้เครื่องไดนามิกคอมเพรสชั่นเหมือนกัน?

คุณชวลิต: ใช้ครับ แต่ส่วนใหญ่ใช้ไม่หมด เพราะบางที source จริงที่แผ่นฟิล์มตัดตก เวลาคอมเพรสเสียงมันจะบี้ เนื้อมันจะไม่ได้..

บรรณ: ในชุดบราซิลนั้น ผมคิดตั้งแต่แรกแล้วว่าจะมิกซ์ให้เหมือนฝรั่ง แต่คนไทยยังไม่ค่อยมีแยกตรงนี้ ซาวนด์ผมก็ต้องมาคุมเข้มอีกทีว่าต้องการให้เสียงไหนอยู่ตรงไหน..

MR: นั่นคือการมิกซ์ลงไปในสองแทรคสเตริโอมีการแพลนตำแหน่ง..?

บรรณ: เช่นเราบอกเอา 60 เค้าก็จะหมุนให้

MR: แล้วเวลาคุณมิกซ์ คุณมอนิเตอร์ด้วยอะไร

บรรณ: MR5 เช็คด้วย ต้องฟังแล้วถึงจะเห็นเลย

MR: รู้จักคุณ วสันต์ โชติกุล รึเปล่า? ได้รับอิทธิพลบางอย่างมาบ้างมั้ย..

บรรณ: รู้จักเป็นการส่วนตัวด้วย ส่วนอิทธิพลผมว่าชุดนี้ผมไม่ได้คิดถึงใครเลย แต่ว่าบางคนบอกเสียงเหมือนจรัล ผมว่าน่าจะบอกคล้ายๆ แต่อย่าไปบอกเหมือน บางทีดนตรีมันส่งด้วย เช่นเพลง เอาน่า ดนตรีมันเป็นโฟล์ค แล้วเมโลดี้มันเตะๆ ด้วยนิดนึง เค้าก็เลยบอกเหมือน

MR: ผมฟังไม่เห็นเหมือนจรัล แต่ถ้าถามว่านึกถึงใครผมคิดถึงวสันต์มากกว่า เพราะลักษณะของการวางอิมเมจของชิ้นดนตรีมันออกเป็นซาวนด์สเตจได้สำหรับเพลง ไทย สำหรับคนทำดนตรีไทยที่ผมเห็นมาก็มีของวสันต์ที่ทำกันได้ ซึ่งงานชุดนี้ถ้าถามความรู้สึกส่วนตัวที่ฟังเพลงมา พูดถึงจังหวะที่มันออกมา รูปแบบของงาน ตัวดนตรีทั้งหมด มันจะมีบางส่วนคล้ายงานของวสันต์ชุด ขึ้นโต๊ะ อยู่เหมือนกัน..

บรรณ: บางทีการทำอัลบั้มนี่อันตรายมากถ้าไปฟังของใครมากๆ เสียงมันจะติดเข้ามา ผมจึงพยายามนึกขึ้นมาเอง เราจะไม่มีแบบ reference แล้วทำตาม

MR: เพลง “สัญญาณไม่ดี” นึกถึงอะไรเอ่ย..?

บรรณ: ภาคดนตรีตอนแรกคิดจะทำเป็นลม แต่ว่าชุดนี้อยากทำให้หลากหลายเลยนึกถึงสไตล์พ็อพร็อคนิดนึง แบบออก Beatles แล้วก็ใส่ความเป็นแจ๊สเข้าไป แล้วก็ใส่ brass เข้าไปเพื่อให้เป็น big band แล้วตอนโซโล่เข้าไปออร์แกนก็ออกแบบแจ๊สนิดนึง

MR: ทั้งหมดนี้เพลงไหนบรรณใช้เวลากับมันมากที่สุด

บรรณ: น่าจะเป็น “สัญญาณไม่ดี” เพราะตัวโซโล่เยอะ แต่ก็ไม่ได้เยอะมากแต่เยอะกว่าเพลงอื่น เพลง “อาทิตย์จูบจันทร์” ก็ด้วย

MR: เพลงไหนใช้เวลากับมันน้อยที่สุด จบแล้วจบเลย

บรรณ: เพลง “ชีวิตเพื่อเธอ” แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ทำแพทเทิร์นคอร์ดซึ่งมันเป็นเพลงนานแล้วและเราก็ทำไว้แล้ว แค่ทำลูกจบให้มันดีกว่าเดิม แล้วก็ให้ คุณชีพชนก ศรียามาตย์ เล่นกีตาร์

MR: คุณชีพชนก นี่คุ้นเคยกัน..?

บรรณ: ฮะ.. ก็รู้จักกันมานานแล้วเหมือนกัน รู้จักเกือบ 10 ปีแล้ว แล้วก็จากไอเดียผมตอนที่จะทำชุดนี้กะให้ 2 คนนี้ทำ แล้วก็เป็นไปตามที่คิดไว้

MR: เลือกเค้าเพราะคุ้นเคยหรือสไตล์ครับ?

บรรณ: คุ้นเคยครับ และก็เค้าค่อนข้างที่จะฮิตในสไตล์อะคูสติก

MR: รู้จักฟอร์แมต SACD กับ DVD-Audio รึเปล่า?

บรรณ: รู้จักผิวเผินฮะ ไม่ได้รู้จักลึกมาก

MR: แสดงว่าที่ทำงานอยู่นี่ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับ 2 ระบบนี่เลย

บรรณ: ยังเลยครับ แต่ว่าเครื่อง (เสียงที่ใช้บันทึกงาน) ชุดหน้าจะลงแบบ 24bit ก็น่าจะดี แต่ไม่รู้ว่าพอไปปั๊มมาจะได้คุณภาพแบบนั้นรึเปล่า

MR: ตอนนี้ตัวที่เราบันทึกน่ะเราเก็บ source ที่รายละเอียดเท่าไหร่?

คุณชวลิต: 24bit ลงฮาร์ดดิสก์ ที่แซมปลิ้ง 44.1 (kHZ) กับ 48 (kHZ)

MR: ในความเห็นส่วนตัว การฟังเพลงจากลำโพง 2 ตัวที่อยู่ข้างหน้า กับเสียงเซอร์ราวนด์จากลำโพง 5 ตัว มีความรู้สึกยังไงกับการฟัง 2 ลักษณะนี้ ชอบไม่ชอบ?

บรรณ: ก็น่าจะแตกต่างเยอะ ซึ่งการฟังแบบเซอร์ราวนด์ก็น่าจะชอบเพราะจากไอเดียบางทีก็อยากให้เป็นอย่าง นั้นอยู่แล้ว แต่ในระบบทำไม่ได้หรือทำไม่ได้เพราะมีข้อจำกัด

MR: ทางกลุ่มคนฟังมีทั้งที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย บางคนก็แอนตี้ไปเลยกับการฟังแบบเซอร์ราวนด์นี้ โดยส่วนตัวมีความเห็นยังไงถ้ามองในแง่การเป็นคนฟัง? ไม่ใช่นักดนตรี

บรรณ: ผมก็แฮปปี้อยู่ดี มีความรู้สึกตื่นเต้นในการฟัง ทุกวันนี้ตอนฟังแผ่นออดิโอไฟล์ที่บ้านยังแปลกใจเลยว่าเอ๊ะ ทำไมเสียงมันมาตรงนี้ มันมีความตื่นเต้นในการฟังว่าเดี๋ยวจะมีเสียงอะไรออกมาทางไหน แล้วมันก็มีมิติในการฟังว่าคนไหนอยู่เวทีเสียงตรงไหน

MR: สรุปว่าชอบ ไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจอะไร แต่ตอนนี้ยังไม่มีศิลปินไทยคนไหนทำ ถ้าคุณทำช่วยบอกด้วย ผมจะคอยฟัง