0
บทวิจารณ์อัลบั้ม ขุนอิน แจ๊สออฟสยาม

“ขุนอิน แจ๊สออฟสยาม” ยอดมือระนาดไทยผู้ไม่ยอมหยุดนิ่ง/โดย บอน บอระเพ็ด /astv ผู้จัดการออนไลน์

พูดถึงชื่อ“ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า” หลายคนอาจจะไม่รู้จักชื้อนี้ดีเท่ากับชื่อ“ขุนอิน”
       ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า ก็คือ ขุนอิน สุดยอดมือระนาดคู่ปรับของ ศร ศิลปะบรรเลง(หลวงประดิษฐไพเราะ) ในภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง” ซึ่งหลังภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อของขุนอินโด่งดังติดตลาด(ดังยิ่งกว่าพระเอก เสียอีก) นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดกระแสดนตรีไทยฟีเวอร์อยู่พักใหญ่ พ่อแม่ผู้ปกครองหันมาส่งลูกหลานให้เรียนดนตรีไทยกันเป็นจำนวนมาก
       นับเป็นจริตของสังคมไทยที่เมื่อมีสิ่งไหนเด่นดังขึ้นมาพ่อแม่ผู้ ปกครองก็จะเห่อส่งลูกหลานไปเรียนไปฝึกกันแบบไฟไหม้ฟาง โดยส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจว่าเด็กจะชอบหรือมีความสนใจในด้านนั้นหรือเปล่า แต่เมื่อมันเป็นกระแสก็ต้องส่งลูกไปฝึก ไปเรียน
       อย่างไรก็ดีสิ่งที่ไม่เป็นไฟไหม้ฟางหลังกระแสหนังเรื่องเรื่องโหมโรง จางหายก็คือฝีมือระนาดของขุนอินที่ปรากฏในภาพยนตร์ เพราะมันได้ติดตาติดหูคนดู พร้อมกับหนุนส่งให้ชื่อของขุนอินในจอ กลายมาเป็นชื่อประจำตัวของ“ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า” ในนามขุนอินนอกจอ ที่คนส่วนใหญ่ต่างจดจำคาแรคเตอร์ยอดมือระนาด หัวโล้น แว่นดำ เสื้อดำ หนวดเคราพองาม กับฝีมือบรรเลงเพลงระนาดทั้งรวดเร็ว อ่อนหวาน และพลิ้วไหวได้เป็นอย่างดี
       ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า หรือ ขุนอิน ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีดนตรีไทยอยู่ในสายเลือดก็ว่าได้ เขาเป็นลูกชายของ ครูสุพจน์ โตสง่า ผู้มีฉายาว่า "ระนาดน้ำค้าง"
       ณรงค์ฤทธิ์ เรียนเพลงเดี่ยวระนาดเอก ระยาดทุ้ม ฆ้องวงเล็ก ฆ้องวงใหญ่ เพลงมอญ เพลงหน้าพาทย์จากพ่อมาอย่างช่ำชอง เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร เป็นนักเรียนทุนสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์
       ณรงค์ฤทธิ์นอกจากเป็นอาจารย์สอนดนตรีไทยแล้ว เขายังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์งานดนตรีไทยร่วมสมัย นำดนตรีไทยไปผสมกับดนตรีสากล ขยายวงสู่ผู้ฟังในวงกว้าง แน่นอนว่าทั้งรูปแบบการเล่น การนำเสนอดนตรีย่อมเป็นที่ขัดใจของพวกครูดนตรีอนุรักษ์นิยมไม่น้อย แต่ถ้าขืนยังเล่นแบบเดิมดนตรีไทยก็มีแต่หยุดนิ่งรอวันสูญสลาย
       สำหรับวงดนตรีไทยร่วมสมัยที่ณรงค์ฤทธิ์ได้ไปร่วมสร้างสรรค์ก็มี วงกังสดาล,บอยไทย,เทวัญ NOVELJAZZ, Bangkok Acoustic, Khun-in Of THE Beat และล่าสุดกับ “ขุนอิน แจ๊สออฟสยาม” (Khun-In Jazz of Siam) ที่เพิ่งส่งอัลบั้มใหม่เอี่ยมอ่อง“แจ๊สออฟสยาม”(Jazz of Siam)ออกมาให้แฟนนานุแฟนสดับรับฟัง ภายใต้สังกัด “ใบชาsong” ของ “บรรณ สุวรรณโณชิน” ซึ่งงานเพลงเกือบทั้งหมดของค่ายนี้(รวมถึงในชุดนี้) จะเน้นเป็นพิเศษในเรื่องของการบันทึกเสียง ระบบเสียง คุณภาพเสียง โดยระบบเสียงในอัลบั้มนี้ได้มิกซ์-มาสเตอร์ และ Mastering ในรูปแบบ 24bit192khz ที่ให้คุณภาพของเสียงออกมาอย่างดี ฟังมีมิติ
       อัลบั้มนี้นอกจากขุนอินที่เป็นตัวชูโรงแล้ว ยังมีทีมดนตรีฝีมือดี ได้แก่ ภูดินันท์ ดีสวัสดิ์มงคล (มด) : เปียโน/โปรดิวเซอร์/เรียบเรียง, วีระวงศ์ วรรณวิจิตร (ม๊อค) : เบส และ จิรวัฒน์ แสงอนันต์ (เจี๊ยบ) : กลอง

แจ๊สออฟสยามมีทั้งหมด 9 เพลง เป็นการนำเพลงไทยเดิมที่คุ้นหูมาบรรเลงและร้อง(1 เพลง)ในลีลาแบบไทยผสมสากลกับแนวทางแจ๊ซร่วมสมัย ขึ้นต้นนำด้วย “จีนตอกไม้” เป็นเพลงโหมโรง ที่เหมาะต่อการเปิดอัลบั้มมาก
       เพลงนี้เปียโนเล่นทำนองหลักนำมาก่อนส่งต่อให้ ระนาดรับช่วงในท่วงทำนองเดียวกัน ก่อนเข้าสู่ช่วงอิมโพรไวซ์ ที่ลีลาการตีระนาดของขุนอินนั้นพลิ้วไหวเหลือร้าย ฟังแล้วอดนึกถึงหนังเรื่องโหมโรงไม่ได้เพราะนี่เป็นหนึ่งในเพลงเอกของหนัง เรื่องนั้น
       ต่อกันด้วย“ลาวลำปาง” มีลีลาระนาดเล่นรูดรางในช่วงขึ้นต้นได้น่าฟัง ช่วงอิมโพรไวซ์ระนาดกับเปียโนรับ-ส่งกันอย่างลื่นไหล ตามด้วย “เขมรอมตรึก”เพลงสนุกๆชวนโยกตัวตาม เสียงสแนร์ฟังเด่น ลูกโซโลระนาดสลับอารมณ์ด้วยเสียงทุ้ม เสียงแข็ง
       มาเบรกอารมณ์กับเพลงช้าด้วย “สร้อยแสงแดง” ที่ยาวกว่า 8 นาที แถมยังมีเสียงร้องด้วยน้ำเสียงของ “บอมม์ - ทัศธน เจริญทรัพย์”
       เพลงนี้จะว่าไปภาคดนตรีนั้นฟังเพราะฟังเพลิน แต่ภาคเสียงร้องนี่สิมันฟังไม่เนียนเอาเสียเลย แถมนักร้องนำยังร้องด้วยลีลาดัดเสียงไทยให้เป็นฝรั่ง ฟังแล้วไม่ลื่นหูสักเท่าไหร่
       กลับมาสู่เพลงบรรเลงกันอีกกับ “ต้นวรเชษฐ์” เปียโนขึ้นนำด้วยการแตกไลน์เมโลดี้ ขณะที่เสียงระนาดที่เป็นตัวยืนพื้น สื่อสำเนียงความเป็นไทยในลีลาแจ๊ซฟังสบายได้น่าฟังมาก
       ต่อมาเป็น “แขกกุริท” ที่นำมาเรียบเรียงใหม่ได้เยี่ยมมาก เปียโน ระนาด เล่นรับล้อส่งกัน แถมยังมีเบสโซโลด้วย ส่วนที่ผมชอบมากก็คือจังหวะกลองที่เล่นจังหวะยกสวนทางได้น่าฟังมาก
       จากนั้นเป็น “เสเลเมา” ที่ขุนอินโชว์ลีลาการอิมโพรไวซ์ระนาดได้อย่างสุดมัน ต่อมาเป็น“พม่ารำขวาน” ที่มาในอารมณ์สนุกๆ ก่อนจะปิดท้ายกันด้วย “Over the Rainbow” เพลงสแตนดาร์ตอมตะ ที่ทางวงพยายามจะฉีกแนวให้ระนาดเปลี่ยนไปเล่นเพลงสากลบ้าง ซึ่งเพลงนี้การเรียบเรียงและการตีความอาจจะยังฟังไม่ลื่นหูเท่าไหร่ แต่นี่ถือเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ดีทีเดียว
       และนั่นก็คือบทเพลงทั้งหมดในอัลบั้ม “ขุนอิน แจ๊สออฟสยาม” งานดนตรีไทย(ประยุกต์)ผสมสากลในลีลาแจ๊ซร่วมสมัยที่สามารถนำสรรพสำเนียงความ เป็นไทย(เสียงระนาด+ท่วงทำนองเพลงไทย)ไปผสมรวมกับเสียงแบบสากลได้เป็นอย่าง ดี น่าฟัง โดยมีเสียงระนาดของขุนอินเป็นพระเอกตัวชูโรง ด้วยลีลาการเล่นที่มีทั้งสนุก อ่อนหวาน พลิ้วไหว ซึ่งโดยรวมแล้วอัลบั้มชุดนี้มีการเรียบเรียง การนำเสนอ ความคิดสร้างสรรค์ ที่ดีทีเดียว จะมีสะดุดอยู่บ้างก็ตรงเสียงร้องในเพลงสร้อยแสงแดงตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น
       แจ๊สออฟสยาม ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานในการสร้างสรรค์ดนตรีไทยให้ไปสู่สากล ซึ่งวันนี้มวยไทยเราเริ่มไปมวยโลก ฮอตฮิตติดตลาดกันอย่างกว้างขวางแล้ว ผมก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง ดนตรีไทยเราจะไปดนตรีโลกกับเขาบ้าง

ที่มา :
http://www.manager.co.th/entertainment/viewnews.aspx?NewsID=9560000117840

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คอลัมน์ Stereo Choice /โดย ดร.ชุมพล มุสิกานนท์ /นิตยสารสเตอริโอ No.205 /2013

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทวิจารณ์ ขุนอิน แจ๊สออฟสยาม /โดย นพปฎล พลศิลป์ /นสพ.ไทยโพสต์/ ศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2556

   หนังเรื่องโหมโรง ของผู้กำกับอิทธิสุน ทร วิชัยลักษณ์ นอกจากจะทำให้คนไทยหันมาสนใจดนตรีไทยกันอยู่พักใหญ่ๆ แล้ว ก็ยังทำให้มือระนาดฝ่ายผู้ร้ายในเรื่อง ขุนอิน โตสง่า ได้แจ้งเกิดในวงการดนตรีไทย และไทย-สากลไปพร้อมๆ กัน กลายเป็นศิลปินเดี่ยวในสายดนตรีไทย ได้ไปร่วมแจมกับศิลปินไทย-สากล ทั้งในอัลบั้มและบนเวทีคอนเสิร์ต รวมไปถึงมีคอนเสิร์ต มีงานแสดงของตัวเองด้วยเช่นกัน

   ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้ว ขุนอิน โตสง่า ก็ไม่ได้เพิ่งปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในหนังโหมโรง ก่อนหน้านั้น เขาคือสมาชิกคนหนึ่งของวงเทวัญ โนเวล แจ๊ส, เป็นสมาชิกของวงกังสดาล เพียงแต่ความสนใจของแฟนเพลงไม่ได้อยู่ในวงกว้าง หรือการนำเสนอตัวของขุนอินเองก็ไม่ได้ดูหวือหวาอะไรมากมาย จนหนังโหมโรงออกฉายนั่นล่ะ หลายๆ คนถึงได้รู้จักกับขุนอิน ที่ไปๆ มาๆ กระแสความสนใจที่มีต่อตัวเขานั้น จะอยู่นานหรือแรงกว่ากระแสที่คนไทยให้ความสนใจกับดนตรีไทยเดิมด้วยซ้ำไป

   และขุนอิน Jazz of Siam ก็เป็นผลงานอีกชุดที่ขุนอินทำออกมาร่วมกับเพื่อนๆ อีก 4 คน ในคอนเซ็ปต์ที่เป็นการหยิบเอางานเพลงไทยเดิมที่เป็นที่รู้จักกันดี อย่างจีนดอกไม้, ลาวลำปาง, สร้อยแสงแดง หรือต้นวรเชษฐ์ มาทำการเรียบเรียงใหม่ในแบบแจ๊ส ที่มีระนาดเป็นเครื่องดนตรีนำหลัก พูดง่ายๆ ก็คือทำดนตรีสากลที่รองรับเครื่องดนตรีไทยอย่างระนาดเอกนั่นเอง ซึ่งงานเพลงที่ออกมานั้นก็ถือว่าทำออกมาได้อย่างน่าฟัง ตัวเพลงไม่ได้ออกมาขัดหู เสียงของระนาดนั้นลื่นไหล กลมไปกับเครื่องเคราดนตรีตะวันตกได้อย่างสบาย

   แล้วในบางช่วงของเพลงก็เปิดโอกาสให้มีการเล่นโซโล หรืออิมโพรไวซ์ โชว์ฝีมือกันอีกด้วย ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะเจาะจงอยู่เพียงแค่ระนาดเอกเท่านั้น กับเบส กลอง หรือเปียโน ก็มีช่วงเวลาที่ตัวเองได้เป็นพระเอก ที่สำคัญออกมาสนุก ลื่นไหล และแน่นอน รื่นรมย์ อย่างเช่นในเพลง เซเลเมา ที่เล่นโยนรับ-ส่ง รุกไล่ก็เพลิดเพลินขนาดเป็นคนฟังยังรู้สึกได้ แล้วถ้าเป็นคนเล่นก็จะขนาดไหน

   ที่บอกแบบนี้ก็เพราะว่า ซาวด์ของดนตรี สำเนียงการเล่นที่ได้ยินนั้นฟังดูผ่อนคลาย ไม่ได้ให้ความรู้สึกเคร่งเครียด หรือการเล่นหยอกล้อกันอย่างที่ได้ยินในช่วงโซโลของเพลงสร้อยแสงแดง ที่ได้ทัศธน เจริญทรัพย์ มาร้องนำ ถือเป็นการเล่นโชว์ที่ออกมาลงตัว ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่ก็น่าเสียดายที่เสียงร้องของทัศธนในเพลงนี้ฟังดูตื้อๆ ไม่ผ่อนคลายสักเท่าไหร่ จนกลายเป็นจุดอ่อนของเพลงไป ทั้งๆ ที่เจ้าตัวเองก็เป็นคนที่ร้องเพลงได้ดีคนหนึ่ง น่าจะเป็นเรื่องของความถนัด หรือความคุ้นชินในการร้องเพลงมากกว่า

   นอกจากเพลงไทยเดิมเก่าๆ ที่เอามาเรียบเรียงใหม่ ใน Jazz of Siam ของขุนอิน ยังมีสีสันที่น่าสนใจจากการนำเพลงสากลที่เชื่อว่าคนไทยน่าจะรู้จักกันดี อย่าง Over the Rainbow มาเรียบเรียงใหม่ และใช้ระนาดบรรเลงได้อย่างน่าฟัง

   อัลบั้มชุดนี้จัดจำหน่ายโดยใบชาซอง ซึ่งแน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับคุณภาพในการบันทึกเสียงระดับออดิโอไฟล์แน่นอน โดยซีดีของอัลบั้มนี้นั้นเป็นแผ่นทอง บันทึกเสียงในแบบ 24 บิต สำหรับผู้สนใจแต่อาจจะหาซื้อยาก ก็ติดต่อไปได้ที่ baichasong@yahoo.com หรือ baichasong@gmail.com ได้