0

อัลบั้ม : CD The another side of Alienation r-bu
ราคา : 320 บาท

ศิลปิน : อาบู r-bu อัลบั้ม : The another side of  Alienation อีกด้านของความแปลกแยก

รายชื่อเพลง

 1. ความเมามีความดีแค่วินาทีนั้น
 2. ไม่ต้องรักก็ได้
 3. ฉันบ้าฉันฝัน
 4. ฉันคือต้นไม้
 5. จักรวาลของฉัน
 6. ฉันโกหก
 7. ฉันคนเลว
 8. ป่วย
 9. ความสุข
10. หญิงใบ้กับความรัก
11. ฝุ่นควัน
12. ฉันยังอยู่


 

อา บู r-bu หรือ ยุวบูรณ์ ถุงสุวรรณ เขาเป็นศิลปินเพลงตัวจริงด้วยการดำเนินชีวิตของเขาอันเรียบง่าย

เขาไม่ใช่นักดนตรีอาชีพ แต่สามารถแต่งคำร้อง-ทำนอง-เล่นกีต้าร์อย่างธรรมชาติได้ดีด้วยจิตวิญญาณโดยแท้จริง
..เริ่มจากหลายปีก่อนที่เขานำบทเพลงของศิลปินอื่นๆ มาทำคลิปวิดีโอเล่นกีต้าร์และร้องด้วยน้ำเสียงอันมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน

จนเพลงต้นฉบับเหล่านั้นแปรเปลี่ยนอารมณ์ไปอีกทางหนึ่ง

ซึ่งมีผู้คนชื่นชอบตามฟังกันมากมายจนในเพจเฟสบุ๊ค R-bu Acoustic Ballads นั้นมีผู้กดไลค์ติดตามมากมาย

และเขาก็ได้ถูกแฟนเพลงเรียกร้องอย่างมากมายที่ต้องการฟังเพลงที่เขาแต่งเองอยู่เป็นระยะ...
..หลายปีที่ผ่านมา อาบูก็เริ่มแต่งเพลงเก็บสะสมไว้มากมาย แต่ยังไม่เคยผลิตเป็นแผ่นออกจำหน่าย

..ในที่สุด อาบู r-bu ได้เริ่มคัดเลือกเพลงของตัวเองจนครบ 12 เพลง และเป็นจังหวะที่ทางใบชาsongชื่นชอบสไตล์การร้องและเล่นกีต้าร์ของเขาอยู่แล้ว

จึงได้ชักชวนเขาให้นำบทเพลงเหล่านี้มาผลิตเป็นซีดีให้สมบูรณ์เผยแพร่ออกสู่ สาธารณชนให้นักฟังเพลงได้ฟังเพลงชีวิตของเขากันทั่วไปอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

บทเพลงของอาบูที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่เข้มข้น ทั้งอารมณ์สุข, เศร้า, หม่น, จินตนาการและความฝัน คล้ายดั่งตัวตนของเขาที่ว่า...
“...เขาเป็นใครไม่รู้ที่จู่ๆก็ปรากฏตัวบนโลกการสื่อสารสมัยใหม่...เขาเรียกตัวเองว่าอาบูเพราะชื่อเป็นเสมือนหนึ่งคำแทนตัวตน...

...เขาเป็นเพียงใครไม่รู้ที่เติบโตมาบนโลกย้อมสีความฝันว่ามันสวยงาม...เขาสนใจศิลปะเพราะมันคือดีเอ็นเอของเขา..

...เขาเขียนเพลงร้องเพลงตามความจับพลัดจับผลูในช่วงขณะเวลาแห่งการเรียนรู้ในวัยเยาว์...

...สิ่งนั้นจึงติดตัวเขาอย่างสลัดไม่หลุด และเขาได้ปณิธานไว้ว่าจะทำอะไรด้วยตัวเองทั้งหมดเท่าที่ทำได้..”
...พบ กับอัลบั้มแรกในชีวิต The another side of Alienation อีกด้านของความแปลกแยก ของ อาบู mastering by บรรณ ธันวาคม 58 นี้ โดย ใบชาsong

เนื้อเพลง (คำร้อง-ทำนอง-เรียบเรียงดนตรี โดย r-bu ยุวบูรณ์ ถุงสุวรรณ)

ความเมามีความดีแค่วินาทีนั้น

ความเมามีความดีแค่วินาทีนั้น...ดอกไม้หรือสรวงสวรรค์แค่เอื้อมก็ถึง...
ดวงดาวจันทร์เพียงแค่ยื่นมือดึง..ความเมาจึงมีบางหมายอย่างเป็นเสน่ห์เย้ายวน...

อย่างฉันตอนนี้มีเงาเป็นภาพเหมือน...เหมือนเตือนใจให้เห็นเป็นเค้าโครงลางๆ...
ความรับรู้ของฉันกลับตาลปัตรเป็นหลายๆอย่าง­...บัดเดี๋ยวก็สร่างบัดเดี๋ยวก็ซาบ้างก็ดีบ้า­งก็เบลอๆ...

แล้วเพ้อคิดไปใหญ่...เพ้อคิดไปเรื่อยเปื่อย...
เหนื่อยรอคอยความหวัง..เหนื่อยรอคอยความฝัน...
ที่มันยากจะเป็นจริง...

ฉันจึงเมามายในวินาทีนี้..ทั้งๆที่รู้ว่าเมื่อความเมามันผ่านไป...
อาจปวดหัวเมาค้างปัญหาไม่สูญหาย...แต่ความเมามายให้ความหมายแก่ฉัน...
วินาทีนั้นมันมีความดี....     ความเมามีความดีแค่วินาทีนั้น....

 

ไม่ต้องรักก็ได้

เคยรักกันเมื่อไหร่...ถึงบอกให้รักกันเหมือนเดิม..
โรแมนติกเหลือเกิน...รักอะไรจะง่ายนักหนา...
ลองคิดดูว่า...จะเป็นไปได้มั้ย..
ความรักมันจางไป...หรือเป็นเพราะใจมันแคบลง...

ความคิดใครก็คิดได้...อยู่ที่ใครรู้จักคิด...
คิดถูก คิดผิด...ใครเล่าตัดสิน...
เป็นในสิ่งที่เป็น....เห็นอย่างที่เห็น...
เป็นเหมือนดังเช่น...เมื่อเห็นดอกไม้บาน..

ไม่ต้องรักก็ได้...แค่เปิดใจยอมรับกัน...
เห็นความต่างนั้นสำคัญ...งดงามในความไม่เหมือน...

โลกนี้กว้างใหญ่...ยิ่งใหญ่เท่าใดยิ่งหลากหลาย..
คน สัตว์ ต้นไม้...ยิ่งหลากหลายมากมายนัก...
โลกอันเป็นที่รัก...มักไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด...
ไม่ต้องรักกันก็ได้...แค่วางใจเคารพกัน..

 

ฉันบ้าฉันฝัน

วันที่ฉันฝันก็คือวันที่ฉันท้อ...วันที่ฉันท้อก็คือวันที่ฉันฝัน...
วันที่ฉันเหนื่อยแต่ฉันไม่หยุดหยั่ง...ความฝันทำให้ฉันยังหายใจ...

ถามว่าเหนื่อยมั้ย...ใจก็สั่นระริก..ชีวิตจะพลิกผันอีกแค่ไหน...
ล้มมากี่ครั้งพลั้งอีกจะเป็นไร...เหนื่อยพักเดี๋ยวก็หาย...
อย่าหมายว่าจะหมดฝัน...

ฉันบ้าฉันฝัน...ฉันจึงมีอยู่...ทำทุกอย่างก็ทั้งรู้เป็นจริงยากแค่ไหน...
มายาหรือความฝันเชื่อมั่นหรือหลงใหล..ไกลก็เหมือนใกล้ไขว้คว้าก็หลุดลอย...

วันที่ฉันฝันก็คือทุกวันเหมือนวันนี้...ฉันอยู่ตรงนี้มีลมหายใจและยังฝัน...
ฝันต่อจากวันวานเพื่อผ่านพ้นอีกวัน...ทำทุกวันเหมือนความฝัน...
วันทุกวันเหมือนฝันไป..

 

ฉันคือต้นไม้

ฉันคือต้นไม้ชูกิ่งก้านใบ..ยามเมื่อลมไกวฉันก็ไหวเอน...

ยามออกดอกผลก็เป็นเหมือนดังเช่น...ฤดูกาลที่ผลัดเวียน...

 

ไม่เคยร้องขอสิ่งใด...เป็นเพียงต้นไม้ต้นหนึ่ง...

ในจำนวนต้นไม้ที่ไม่อาจคะเนถึง...เพียงดำรงตนแค่หยัดยืน...

 

ฉันคือต้นไม้นอกสวน...ไม่เคยรบกวนการรดน้ำพรวนดิน...

เป็นต้นไม้ป่าประดับดิน...ผลพอมีให้กินดอกพอมีให้ชม...

 

ไม่มีราคาค่างวดใดๆผลดอกใบใช่ซื้อขาย...

เป็นต้นไม้ทำหน้าที่ของต้นไม้..ไม่เคยหมายกลับกลายเป็นอื่นเลย...

 

จักรวาลของฉัน

ทั้งโลกใบนี้ก็มีเธอคนเดียว..ที่ถามฉันรักเธอมากแค่ไหน...

เธอบอกรักรักฉันด้วยหัวใจ...แล้วถามซ้ำรักเธอหรือเปล่า...

 

ทั้งโลกใบนี้มีเธอคนเดียว...ที่กอดฉันแล้วบอกกอดตอบหน่อยได้มั้ย...

เธอโอบกอดฉันฉันกอดเธอไว้...แน่นลึกสัมผัสสู่กลางใจอุ่นใจเหลือเกิน...

 

โลกที่เหมือนเปื่อยขาดแหว่งเว้าว่างเปล่า...มีเธอเท่านั้นไม่ต้องการสิ่งใดแล้ว...

เธอเป็นเช่นดังของขวัญสวรรค์สรรค์สร้าง...ส่งมาให้ถนอมรักษาดูแล...

 

ฉันจะรักเธอฉันจะโอบกอดเธอ...เอาไว้ให้แน่บแน่นเนิ่นนาน...

ให้เธออบอุ่นใจให้เธอมีรอยยิ้มเบิกบาน..ให้เธอ....ผู้ไขขานจักรวาลของฉัน....

 

เธอคือจักรวาลของฉัน...

 

ฉันโกหก

เริ่มมาจากบางสิ่งเปลี่ยนแปลงภายในใจ...ฉันไม่ได้ตั้งใจและไม่อาจควบคุม..
ไม่อาจเผยความจริงด้วยความจริงใช่น่าคุยฟุ้ง...ฉันจึงต้องปรุงแต่งเรื่องราวกลบเกลื่อนมัน...

เริ่มจากฉันโกหก..พูดความจริงไม่หมด…ปิดบังเรื่องราวที่ปรากฏ...ว่าไม่มี...ไม่มีอะไร...

เริ่มจากเรื่องที่หนึ่งก็กลายเป็นเรื่องที่สอง...เข้าทำนองคุ้นเคยทำซ้ำๆเป็นธรรมดา...
ใช่ไม่รู้สึกผิดแต่ความคิดมันหวาดผวา...กลัวถูกจับได้ว่าฉันพูดความไม่จริง...

จึงโกหกซ้ำๆปิดบังอำพราง..ความจริงถูกขว้างทิ้งไป...
หลอกลวงตัวเองหลอกลวงใครๆ...หลอกลวงแม้ในใจไม่รู้สึกดี...

เหมือนขึ้นหลังเสือ..กระโจนลงไม่ได้..ลงมาเมื่อใด...คือหายนะ..

ฉันถูกผลักไสให้ออกไปจากโลกใบนี้...สมควรแล้วที่ฉันต้องโดนเช่นนั้น...
ไม่ใช่ฉันหรือใครที่อยากถูกโลกหันหลัง...แต่มันคือผลกรรมที่ฉันทำ...ฉันโกหก..
ฉันโกหก...ฉันโกหก..ฉันคนโกหก..

 

ฉันคนเลว

ทำเป็นคนดีไม่มีเล่ห์กล...แค่อยากให้ทุกคนรัก...
แสร้งทำตัวดีให้เป็นที่ประจักษ์..ให้ได้ความรักที่จริงใจ....

ความรักที่ดีฉันก็มีอยู่...แค่อยากรู้รักอีกได้มั้ย...
คนรักที่ฉันมียังทำร้ายได้...คนดีแบบไหนที่ฉันเป็น...

ฉันเป็นคนเลวที่ควรรับโทษ...ควรถูกโกรธไม่ควรอภัย...
ฉันมันเลวเลวอย่างตั้งใจ...ความดีทั้งหลายฉันหลอกลวง...

อย่าเชื่อฉัน...อย่าไว้ใจฉัน...อย่าดีกับฉันอีกเลย...
อย่ามอบรัก....อย่าใกล้ชิดคุ้นเคย...อย่าเลย...ฉันคนเลว..

ทำดีอวดตัวซ่อนชั่วภายใน...ยิ้มตาใสแต่ใจคด...
ตีหน้าระรื่นไม่รู้สลด..ความดีที่งามงด...สกปรกเพราะฉันทำ...

 

ป่วย

ผมเป็นอะไรในหัวใจมันเจ็บแปลบๆ

หายใจก็แสบเหมือนมีพิษในลมหายใจ...
กระสับกระส่ายกระวนกระวายแล้วนอนไม่หลับ..

เหมือนมีเสียงขับร่ำลำนำข้างในประสาท...
เรื่องราวประหลาดดังขึ้นในสมองผมป่วน....

มันคิดแต่ครอบครอง...มันคิดแต่หมายปอง...
มันคิดอย่างลำพอง...มันคิดจะจองไว้คนเดียว...
มันคิดอย่างเปล่าเปลี่ยว..มันคิดคนอื่นไม่เกี่ยว...
มันคิดจะเอาถ่ายเดียว..มันคิดจะเอาจะเอา...

สงสัยจะป่วยใครโปรดช่วยรักษาผมที...
ชักไม่ค่อยดีเป็นอย่างนี้ผมว่าจะหนัก...
ผมอยากหยุดพักอยากเว้นวรรคเพราะว่ามันเหนื่อย...
หากปล่อยเรื่อยเปื่อยที่ว่าเหนื่อยนั้นคงเป็นบาดเจ็บ...
แล้วจะอักเสบจะเรื้อรังลุกลามไม่หายขาด...

อยากได้ทุกอย่าง...ไม่รู้จักพอ...
ได้แล้วยังจะเอาต่อ...โดยไม่รอความจำเป็น...
เห็นดีเห็นงาม...ไม่ทักทานค้านขอ...
เอาเถอะเอามันให้พอ...ยิ่งมากยิ่งดี....

ป่วย....ป่วย....ป่วย...ป่วย...

เป็นบ้าไปแล้ว...เป็นบ้าไปแล้ว...
เป็นบ้าไปแล้ว...เป็นบ้าไปแล้ว...
เป็นบ้าไปแล้ว...เป็นบ้าไปแล้ว...

ความสุข

ทำไมรู้สึกดีอย่างนี้ทั้งๆที่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม...

ไม่มีอะไรมาเสริมเพิ่มเติมทั้งนั้น...

อาจเป็นเพราะมันกำลังพอดี...

 

อาหารเล็กน้อยก็ทำให้อิ่มท้อง...

มีเพียงแค่หมอนก็หลับฝันดี...

มีเพียงร่มไม้ได้ฝากกายให้หลบแดด...

ร้อนแสบแผดเผานั้นก็เพียงชั่วคราว...

 

สุขอะไรอย่างนี้...เพียงแค่เป็นอยู่...

สุขอะไรอย่างนี้...เพียงแค่มีอยู่...

เฝ้าดูความเป็นไปตรวจสอบลมหายใจ...

ให้เป็นอย่างที่เป็น....

 

แล้วยังต้องการสิ่งใดอีก...

ตั้งคำถามผิด..เอ้า!ลองตั้งใหม่...

ต้องถามว่าตอนนี้มีอะไร...

จงทำไปด้วยความพอดี...

อาหารเล็กน้อยก็ทำให้อิ่มท้อง...

มีเพียงแค่หมอนก็หลับฝันดี...

มีเพียงร่มไม้ได้ฝากกายให้หลบแดด...

ร้อนแสบแผดเผานั้นก็เพียงชั่วคราว...

 

สุขอะไรอย่างนี้...เพียงแค่เป็นอยู่...

สุขอะไรอย่างนี้...เพียงแค่มีอยู่...

เฝ้าดูความเป็นไปตรวจสอบลมหายใจ...

ให้เป็นอย่างที่เป็น....ให้เป็นอย่างที่เป็น....ให้เป็นอย่างที่เป็น...

 

หญิงใบ้กับความรัก

หูไม่ได้ยิน...พูดก็ไม่ได้..หล่อน-หญิงใบ้­...
จิบเบียร์บางๆ..ดวงตาไม่อำพราง...ความอ้าง­ว้างเดียวดาย...
เห็นหล่อนประจำ...เกือบจะทุกวัน...หล่อนรอ­ผู้ชาย..
ผู้ชายสักคน...ใครก็ได้...ที่จะรักจริง...­.

ขอเพียงให้ผ่านคืนนี้ไป...ไม่ต้องอธิบาย....เหตุใด...
ขอเพียงใครสักคน...ที่ยอมพร้อมเข้าใจ...
ในความรักอันเงียบงัน..ความรักที่ปราศจากเสียง.....

หล่อนร่ายระบำ...ในความเดียงดาย...ไร้เดีย­งสา.
ทั้งที่แม้ว่า...หูไม่ได้ยิน...เสียงเพลง.­..
แต่เพลงคงก้องดัง....ในหัวใจ....ที่ร้าวรา­น...
แม้โลกไม่รับขาน...ส่ายหน้ารำคาญ...หญิงงา­มเมือง...
หล่อนพริ้มตา...สลัดความเปล่าเปลื้อง...ที­กัดกร่อนใจ....

ขอเพียงให้ผ่านคืนนี้ไป..พรุ่งนี้จะอย่างไรช่างมัน...
ขอให้โลกรักฉันอย่างที่ฉันรักตลอดมา...
ขอเพียงใครสักคนที่ผ่านมาแล้วจะไม่ผ่านไป.­..
ขอผู้ชายสักคน....

ขอเพียงให้ผ่านคืนนี้ไป..ไม่ต้องอธิบาย....เหตุใด...
ขอเพียงใครสักคน...ที่ยอมพร้อมเข้าใจ...
ในความรักอันเงียบงัน..ความรักที่ปราศจากเสียง.....

 

ฝุ่นควัน

ฉันกำลังเดินไปบนทางที่ฟุ้งฝุ่น...

ที่ไม่คุ้นเคยอย่างกับมีม่านหมอก...

เคลื่อนเข้าครอบครอบรุมสุมขวางทาง...

ต้องใจจะอำพรางให้ทางนั้นมืดมัว...

ให้ตัวฉันต้องมะงุมมะงาหรา...

 

เพราะฉันต้องผ่านไปไม่มีทางเลือกอื่น...

เพราะที่ชีวิตหยัดยืนไม่อาจฝืนข้อกำหนด...

เป็นกฎบังคับชะตาเกิดมาแล้วต้องอยู่...

อยู่อย่างไม่รู้ทิศทางของตัวตน...

เป็นคนไม่ง่ายอย่างที่คิด...

 

ชีวิตฉันตกอยู่ในอ้อมของฝุ่นควัน...

ฉันต้องข่มกลั้นความหวาดกลัวข้างใน...

แต่ฉันต้องไปต่อโดยแกล้งไม่ท้อและหวั่นไหว...

ทั้งที่ใจไขว้เขวและเสียขวัญ...

 

เพราะฉันก็ไม่รู้กำลังไปที่ใด...

รู้แต่เพียงต้องไปเพราะมีทางสายเดียว...

จะเหลียวไปทางใดก็เวิ้งว้างไกลสุดสายตา...

พอลองมองกลับมายิ่งเหว่ว้าและสับสน...

เลยต้องดิ้นรนดันทุรังไป...ดันทุรังไป...

 

ฉันยังอยู่

ฉันยังอยู่...ฉันยังหายใจ..ยังสบายๆ...ฉันยังอยู่ดี...

แค่เจ็บนิดหน่อย...ป่วยบ้างก็อย่างนี้...หลายๆทีฉันเคยผ่านมา..

 

รู้ว่าเป็นห่วง...ฉันก็ขอบใจ...ที่เธอให้กำลังใจ...ฉันเสมอ...

ขอบคุณทุกสิ่ง...ขอบคุณที่มีเธอ...ขอบคุณโลกใบนี้ยังสวยงาม...

 

อย่ากลัวไปเลย...วันที่ฉันไม่อยู่...ฉันรู้...เธอก็รู้...ว่าสักวัน..

ทุกลมหายใจทุกชีวิตแสนสั้น...ความตายนั้น...ธรรมดา...

 

ทุกเสี้ยวเวลานาที...จะทำให้ดีที่สุด...

จะรื่นเริงในร่างกายที่ชำรุด...จะไม่หยุดไม่ท้อต่อโชคชะตา...

 

ฉันยังอยู่..ฉันยังชื่นชม...สายลมแสงแดด...ยังสวย...

หากวันที่ฉันไม่อยู่...เธอโปรดรับรู้ด้วย...บนท้องฟ้ามีแสงดาว...

นั่นแหละ...ฉันส่งยิ้มมา...ฉันจะส่งยิ้มมา....