0

อัลบั้ม : CD My Diary/Passakorn Morasilpin
ราคา : 360 บาท

album: My Diary (Live Recording)

***Limited Edition 1,000 copies
artist: Passakorn "Mint" Morasilpin

track list :

01 Slide  7.52

02 One note samba  6.01

03 The shadow in the darkness  8.44

04 Nok khamin  6.32

05 Sandglass  6.36

06 Time in the bottle  8.29

07 Slide (cover)  2.14

musicians studio :
tenor sax by Passakorn Morasilpin
keyboards by Sangsan Wattanakun
electric bass by Warin Thatan
drums & electronic pad by Satitporn Somphong
vocal by Buntita Prachamorn
records at Creative Music Studio

Album Review by อนันต์ ลือประดิษฐ์ กูรูแจ๊สจากจุดประกาย กรุงเทพฯธุรกิจ

   แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ ค่ายเพลงใหญ่ต่างหันไปสนใจธุรกิจใหม่ โดยปล่อยวงการเพลงทิ้งไว้อย่างไม่สนใจ แต่ทัพศิลปินฝีมือดีรุ่นหลังก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านเลยไป โดยไม่จำเป็นต้องศิโรราบต่อทุนบันเทิง พวกเขาเลือกที่จะผลิตผลงานเอง โปรดิวซ์และบันทึกเสียงเอง ด้วยพลังสร้างสรรค์ที่มีอยู่อย่างมากล้น

My Diary ของ มินท์ ภาสกร โมระศิลปิน เป็นตัวอย่างของงานเพลงสร้างสรรค์ โดยฝีมือของศิลปินไทยรุ่นใหม่ ซึ่งสวนทางกับสภาพอันอับเฉาของอุตสาหกรรมเพลงไทยวันนี้เป็นอย่างยิ่ง

   มินท์ ภาสกร อาจจะเป็นชื่อใหม่ในสายตาของผู้คนภายนอก แต่ในแวดวงแจ๊สต่างรู้จักเขามานานพอสมควร ในฐานะดาวรุ่ง saxophone ที่ฉายแววความโดดเด่นในชั้นเชิงทางดนตรี ตั้งแต่ปีแรกๆ ที่เขาเข้าศึกษาที่คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเลยด้วยซ้ำ ผ่านเวทีประกวดและคว้ารางวัลมาบ่อยครั้ง หลังจากฝึกฝนวิทยายุทธ ร่ายลำนำสำเนียงบ็อพอันเป็นภาษาบังคับของแจ๊สร่วมสมัยแล้ว เมื่อก้าวออกสู่ยุทธจักรภายนอกรั้วสถาบัน มินท์ ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฐานะมือแซ็กประจำวง “The Infinity” อยู่หลายปี เช่นเดียวกันกับการขอเรียน “มาสเตอร์คลาส” กับจอมยุทธทั้งหลาย ทั้งไทยและต่างประเทศ

   วันดีคืนดี เมื่อทุกอย่างพร้อม มินท์ กับเพื่อนๆ ก็ตัดสินใจเดินเข้าห้องอัด เพื่อทำงานเดี่ยวชุดแรกในชีวิตจนคลี่คลายออกมาเป็นผลสำเร็จ นับเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจกับความมานะพยายามของนักดนตรีหนุ่มคนนี้ นับจากวันที่เขาตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางสายดนตรี

   นอกจาก มินท์ ในตำแหน่ง soprano saxophone และ tenor saxophone แล้ว นักดนตรีในวงล้วนเป็นศิษย์เก่าของคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไม่ว่าจะเป็น ซอล สร้างสรรค์ วัฒนกุล มือเปียโน , อัฐ วารินทร์ ถาธัญ มือเบส และ สำลี สถิตพร สมพงษ์ มือกลอง โดยมี แนท บัณฑิตา ประชามอญ ศิษย์เก่าจากวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มาฝากเสียงร้องอันไพเราะไว้ 2 เพลงด้วยกัน ในอัลบั้ม My Diary บรรจุเพลงไว้ 7 แทร็คด้วยกัน

   เปิดและปิดท้ายด้วยเพลง Slide อันเป็นบทประพันธ์ของ มินท์ เอง เช่นเดียวกับบทเพลงอื่นๆ ที่มินท์ ฝากฝีมือการแต่งเพลงไว้ ยกเว้น One Note Samba จากปลายปากกาของ อันโตนิโอ คาร์ลอส โจบิม, Time in the Bottle เพลงเก่าของ จิม โครเซ และเพลง นกขมิ้น ของครูพยงค์ มุกดา ที่เขานำมาเรียบเรียงใหม่ ใส่ลายเซ็นต์ของตัวเองเอาไว้อย่างชัดแจ้ง

   เปิดตัวด้วย Slide ที่ขับเคลื่อนอย่างเต็มด้วยพลังและความมั่นใจ เริ่มตั้งแต่โมทิฟแรกที่แซ็กนำเสนอ ก่อนจะปล่อยให้ภาคดนตรีสื่อสารสนทนากันอย่างออกรส ทั้งเบส คีย์บอร์ด และกลอง ที่รุกรับกันอย่างเข้าขาและแม่นยำในทิศทาง ถือเป็นเพลงที่ให้พื้นที่อย่างเพียงพอแก่ “ภาคคีตปฏิภาณ” โดยนักดนตรีมีเสรีภาพอย่างเต็มที่ ในการ “ปล่อยไอเดีย” อันพร่างพรูออกมา โดยเฉพาะอิมโพรไวเซชั่นของ มินท์ ที่ทั้งกรู้ฟในชีพจร และรักษาเมโลดิกไลน์ในเวลาเดียวกัน

   ราวกับรับรู้ถึงสภาพเต็มอิ่มอย่างถึงขีดสุดของจังหวะเพลงบอสซาโนวา ที่ท่วมท้นสังคมไทยมาช้านาน มินท์ เลือกเพลง One Note Samba มาปรับใหม่ โดยยังคงรักษาไอเดียในการเปลี่ยนเฉดสีสันของคอร์ดผ่านโน้ตตัวเดียวกันตามที่ โจบิม ทำไว้ แต่ปรับกรู้ฟและบรรยากาศรวมของเพลงเสียใหม่ ให้ลงดิ่งลึกลงราวกับการเดินทางในความฝันและจิตใต้สำนึก ไฮไลท์ของเพลงนี้คือช่วงดูเอ็ทระหว่างแซ็กฉบับเซอร์กับเบสฉบับหลอน ที่เลื่อนไหลไปอย่างไร้ที่ติจริงๆ

   เช่นเดียวกับกรณีของ Time in the Bottle มินท์ เลือกจะตีความให้แตกต่างจาก “ออริจินัล เวอร์ชั่น” โดยจัดวรรคตอนของเพลงใหม่ให้สอดรับกับไอเดียในแนวทางแจ๊สร่วมสมัยของเขา โดย ซอล ฝากไลน์โซโลอันงดงามไว้ เช่นเดียวกันกับเสียงร้องของ แนท ที่ทิ้งท้ายอย่างน่าประทับใจ

   หาก Slide เผยให้เห็นพลังในการขับเคลื่อนเพลง คงต้องบอกว่า The Shadow in the Darkness ยิ่งปะทุความร้อนแรงท่ามกลางความมืดมิดก็ว่าได้ เริ่มตั้งแต่ โมทิฟ และเฮดของเพลง จนถึงช่วงอัพเทมโป เมื่อเบสวอล์คด้วยความเร็วปานกามนิต ไลน์แซ็กของ มินท์ ตามเพื่อนไปติดๆ เช่นเดียวกันกับการควบฉาบและกลองของสำลี ที่ซัพพอร์ททุกคนไว้ โดยมีกรอบทางเดินคอร์ดจากปลายนิ้วที่ ซอล วางทิศทางไว้อย่างเหนียวแน่น ถือเป็นมาสเตอร์พีซของอัลบั้มนี้อย่างยากปฏิเสธ

   ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปสู่อีกบรรยากาศหนึ่งใน Nok Khamin ที่ให้ความรู้สึกเวิ้งว้างอยู่ในที สำเนียงโซปราโนของมินท์ พาเราไปสัมผัสตัวตนอีกด้านของนักแซ็กคนนี้ ที่สะท้อนถึง “ดีเอ็นเอความเป็นไทย” อย่างเต็มเปี่ยม โดยมีน้ำเสียงของ แนท บัณฑิตา นักร้องแจ๊สรุ่นใหม่ที่น่าจับตา ทว่าในเพลงนี้ เธอเลือกจะถ่ายทอดในแบบฉบับของการเอื้อนเสียงที่บ่งบอกถึงอิทธิพลของเพลง ไทย(เดิม)ในสายเลือด

   ซอล เดี่ยวเปียโนเข้าสู่เพลง Sandglass ก่อนจะเปิดทางให้ มินท์ บรรเลงบทเพลงบัลลาดผ่านเสียงเทเนอร์แซ็กของเขา จนถึงช่วงเบสและกลองเข้าสู่การผสมวง เสียงสแนร์ในเพลงนี้อาจจะฟังดู “อาร์ติฟิเชียล” และไม่เป็นธรรมชาติไปสักหน่อย แต่โดยภาพรวมจัดเป็นอีกหนึ่งเพลงที่น่าจะโดนใจคนฟังหมู่มาก ด้วยแนวทำนองที่คุ้นหูและไม่สลับซับซ้อนจนเกินไป

   My Diary ของ มินท์ ภาสกร โมระศิลปิน นับเป็นตัวอย่างชั้นดีของงานเพลงคุณภาพที่ให้ความหวังแก่มิตรรักนักเพลงทุก คนว่า สังคมไทยมิได้อับจนคนเก่งคนดีเสมอไป และผมเชื่อมั่นว่า หลังจาก มินท์ ภาสกร แล้ว ยังมีกองทัพนักดนตรีแจ๊สรุ่นใหม่ที่จะทยอยสร้างงานเพลงออกมาให้พวกเราได้ ชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง

   เตรียมตัวเตรียมใจ ให้การสนับสนุนกันได้เลยครับ

Bio - Passakorn "Mint" Morasilpin

Passakorn “ Mint ” Morasilpin, was born in Bangkok Thailand, began a professional musician at age 15 performed with JRP little bigband at Brown Sugar pub and Saxophone pub including many hotel and jazz place. He was graduate Classical Saxophone from The Mahidol College of music for pre-college and received Bachelor degree Jazz Studies at The Silpakorn University with a full scholarship. He studies with Nick Lafleur, Koh Mr.Saxman, Roger Greenberg, Shuichi Komiyama, Pisut Pratheepasean, Jakob Dinesen, Tony Lakatos. He had the opportunity to performed with many Thai artist such as Neung Jakkawal, ETC, Mellow Motif and many other as a sideman also worked with international artist such as Bob James, Inger Marie, Lewis Pragasam, Simone Kopmajer, Ulf Wakenius, Malene Mortensen, Jakob Dinesen, Mokhtar Samba, John Di Martino, have a chance to performed in many country such as USA, Japan, India, Indonesia, Malaysia, Macau involve Thailand
In 2007 participate with Thailand legendary fusion jazz band “ The Infinity ” is the first fusion jazz band in Thailand has been debut the album “ The Infinity 10 ” and “ jazz corners all stars feat. Bob James ”
In 2011 Thailand local YAMAHA Saxophone endorser also made a concert and workshop tour around Bangkok .